โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจกับประเทศกำลังพัฒนา

Topics: World Bank, Macroeconomics, Globalization Pages: 12 (323 words) Published: September 26, 2010
โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจกับประเทศกำลังพัฒนา

“เอามะตะบะใส่ไก่จานนึงครับ”

เป็นคำพูดที่ผู้เขียนสั่งกับคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน ที่ร้านมะตะบะท่าพระจันทร์ ซึ่งเขาผู้นั้น ปัจเจกชนทั่วไปจะเรียกว่า “เด็กเสิร์ฟ”
เวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจ มะตะบะไส้ไก่ร้อนๆ ก็ได้มาอยู่ภายในกระเพาะเล็กๆในท้องใหญ่ๆของผู้เขียนแล้ว จิบน้ำเพื่อส่งสัญญาณให้กระเพาะว่ามื้อนี้พอแค่นี้แล้วกัน มะตะบะที่ดูเหมือนหารับประทานได้ทั่วไป สามารถบ่งบอกอะไรเราได้บ้าง?

มะตะบะชิ้นเล็กๆ ร้อนๆ ก่อกำเนิดมาได้จากการรับเอาวัฒนธรรมอาหารจากชาวมุสลิม จากการรับเอา เทคโนโลยีที่พัฒนาอันได้แก่ เตาแก๊ส เตาอบ ตู้แช่เย็น จากการซื้อขายวัตถุดิบของผู้ขายมะตะบะกับผู้ขายวัตถุดิบ เช่น แป้ง น้ำมันพืช เนื้อไก่ เป็นต้น ซึ่งผู้ขายวัตถุดิบก็จัดหาจัดซื้อมาจากผู้ผลิตรายแรกอีกทีหนึ่ง

โดยที่ก็ต้องมีการติดต่อสื่อสารกับผู้ขายเพื่อต่อรองราคา และตรวจสอบราคาว่าเป็นอย่างไร ราคาจะปรับเปลี่ยนขึ้นตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ อีกทั้งวัตถุดิบที่นำมาทำเป็นมะตะบะอาจจะมาจากโรงงาน ซึ่งผู้บริหารโรงงานนั้นก็อาจเป็นชาวต่างประเทศที่มาลงทุนร่วมห

ุ้นกับชาวไทยในประเทศ หรือยิ่งไปกว่านั้นก็อาจจะเป็นโรงงานเป็นของชาวต่างประเทศโดยตร

ง ที่มาขยายกิจการในประเทศไทย ทำการผลิตวัตถุดิบขายให้กับคนไทยเองและส่งออกให้กับบางประเทศอี

กด้วย
วัตถุดิบจะมาถึงผู้ซื้อได้ก็ต้องพึ่งพาการขนส่ง ซึ่งต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงให้กับยานยนต์ที่ขนส่งวัตถุดิบ

น้ำมันก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และ นำมากลั่นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยที่เป็นผลมาจากการเปิดประเทศ ภายใต้กรอบแห่งการค้าเสรีระหว่างประเทศ นอกจากนี้ผู้เขียนประทับใจในรสชาติของมะตะบะ จึงได้บอกกล่าวผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีรวดเร็วและทันสมัย นั่นคือเครือข่าย Internet แก่ผู้คนที่กำลังท่องเที่ยวอยู่ใน Cyber Space ซึ่งเป็นพรมแดนที่ไร้ขอบเขต

มะตะบะแค่ชิ้นเดียว สะเทือนไปทั่วขนาดนั้นเลยหรือ ?

คำตอบเพราะ เราอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์

คำว่า “โลกาภิวัตน์” หรือ “โลกานุวัตร” (Globalization) เป็นศัพท์ใหม่ที่สร้างความฮือฮาและร้อนแรงทั้งในวงการวิชาการแล

ะสื่อสารมวลชนในช่วงทศวรรษ 1990 คำคำนี้มีผลในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม สังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนโลกทัศน์ของผู้คนในยุคสมัยใหม่
โลกาภิวัตน์ เกิดจาก คำว่า โลกา + อภิวัตน์ ซึ่งแปลว่า การทำให้โลกเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นหมู่บ้านเดียวกัน โดยอยู่ภายในกฎกติกาที่เป็นที่ยอมรับในความหนึ่งเดียวกัน โดยจะเห็นว่าคำว่า “โลกาภิวัตน์” เป็นคำที่มาพร้อมกับการขยายตัวของระบบทุนนิยม ความเชื่อว่า “เราไม่มีทางเลือกอื่น” เนื่องจากทุนนิยมได้รับชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ และประวัติศาสตร์สิ้นสุดแล้ว นักคิดของฝ่ายซ้ายตะวันตกจึงมักวิจารณ์ว่า โลกาภิวัตน์ที่เกิดขึ้นเป็นแค่ “โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ” (Economic Globalization ) หรือ “โลกาภิวัตน์ของบรรษัท” (Corporate Globalization) ซึ่งภาคธุรกิจและบรรษัทข้ามชาติคือผู้กุมอำนาจที่แท้จริง โดยส่งผลกระทบอย่างมากมายในทุกๆมิติ ดังที่กล่าวไปข้างต้น

โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ เป็นปรากฏการณ์ที่เศรษฐกิจของแต่ละประเทศมีความสัมพันธ์และเชื่

อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว และหลอมรวมกันให้เข้ากับเศรษฐกิจโลก คำนึงถึงความเป็นตลาดร่วมของโลกบนพื้นฐานแห่งเสรีภาพการแลกเปลี

่ยนสินค้าและทุน ความเป็นเสรีภาพจะทำให้มีการกีดกันทางเศรษฐกิจน้อยลง การปรากฏขึ้นของตลาดและช่องทางการเข้าถึงสินค้าที่กว้างขึ้น มีการเข้าถึงเงินลงทุนจากแหล่งภายนอกที่ง่ายและสะดวกขึ้น ด้วยการใช้พัฒนาการทางเทคโนโลยีที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็

ว ช่วยให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกัน
หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านย่อมต้องมีกฎระเบียบเพื่อใช้เป็นกรอบในกา

รดำเนินการต่างๆภายในหมู่บ้านและมีหลักการที่วางระเบียบไว้เป็น

แนวปฏิบัติ นั่นคือ อุดมการณ์ ซึ่งอุดมการณ์เปรียบเสมือนเบื้องหลังในการขับเคลื่อนและเป็นปัจ

จัยที่เสริมให้การดำเนินการบรรลุเป้าหมาย

“อุดมการณ์เสรีนิยมใหม่” เป็นหลักการที่ทำให้โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจดำเนินถึงเป้าหมาย

อุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) เป็นอุดมการณ์เบื้องหลังของโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ มีสาระสำคัญคือ มีความเชื่อมั่นในระบบตลาด ตลาดในระบบทุนนิยมที่มีเสรีภาพสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ หากไม่มีการแทรกแซงและบิดเบือนกลไกที่ทำงานด้วยตนเองอย่างอัตโน

มัติ อุดมการณ์นี้ไม่ใช่ของใหม่แต่อย่างใด แต่สืบทอดและขุดรากเหง้ามาจากอุดมการณ์เสรีนิยมทางเศรษฐกิจแบบค

ลาสสิค ที่ปรากฏในศตวรรษที่ 19 ซึ่งยึดมั่นถือมั่นว่า “ตลาด”...
Continue Reading

Please join StudyMode to read the full document

Become a StudyMode Member

Sign Up - It's Free